ค้นหา
ไทย
สินค้าตามประเภท
    เมนู ปิด

    กลับไปทั้งหมด

    ลักษณะของ Touch screen แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

    ลักษณะของ Touch screen แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

    ลักษณะของ Touch screen แต่ละประเภทแตกต่างกันอย่างไร

    โซลูชั่นส่วนใหญ่ที่อาศัยอินเตอร์เฟซเป็นการสัมผัสแทนการใช้ Keyboard และ Mouse นั้นจะใช้ Touch Screen เป็นอุปกรณ์สำคัญเป็นส่วนประกอบหลักๆ ได้แก่ส่วนของเซ็นเซอร์ที่ตรวจการสัมผัส ของแผงควบคุมที่ทำหน้าที่รับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ มาประมวลผลเป็นพิกัดสัมผัสสุดท้ายคือส่วนของ Software, Driver ซึ่งเป็นตัวเชื่อมกับ OS ทำให้ Touch Screen เป็นเสมือนอุปกรณ์อย่าง Mouse ดังนั้น Application ต่างๆ ที่พัฒนาโดนใช้ Mouse เป็นอินเตอร์เฟส (ส่วนใหญ่) ก็สามารถนำไปใช้กับ Touch Screen ได้ทันที อย่างไรก็ตามในการเลือก Touch Screen ที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับหลายปัจจัย และปัจจัยหนึ่งที่ต้องทราบคือ เรื่อง เทคโนโลยีของ Touch Screen แบบต่างๆ พร้อมทั้งจุดแข็งและ จุดอ่อนของเทคโนโลยี 

    Resistive

    เทคโนโลยี Resistive ถือว่าเป็นแบบที่ประหยัดและเหมาะกับการใช้งานประเภทต่างๆ ได้กว้างขวาง เช่นร้านอาหาร ร้านค้าที่ใช้เครื่อง POS งานควบคุมทางด้านอุตสาหกรรม รวมทั้งใช้ในอุปกรณ์พกพา อย่าง PDA, Mobile เป็นต้น Touch Screen แบบ Resistive จะประกอบด้วยเลเยอร์ด้านบนที่ยืดหยุ่น และเลเยอร์ด้านล่างที่อยู่บนพื้นแข็งคั่นระหว่าง 2 เลเยอร์ด้วยเม็ดฉนวนซึ่งทำหน้าที่แยกไม่ให้ด้านใน ของ 2 เลเยอร์สัมผัสกันเพราะด้านในของ 2 เลเยอร์นี้จะเคลือบด้วยสารตัวนำไฟฟ้าที่มีคุณสมบัติ โปร่งแสงในเวลาจะมีการปล่อยกระแสที่เลเยอร์สารตัวนำ และเมื่อคุณกดที่ Touch Screen จะทำให้วงจร 2 เลเยอร์ต่อถึงกัน จากนั้นวงจรควบคุมก็จะคำนวณค่ากระแสไฟฟ้า ซึ่งจะแตกต่างไปตามตำแหน่งที่สัมผัส เมื่อคำนาณค่ากระแสตามแนวตั้งและแนวนอนก็จะำได้ตำแหน่งที่สัมผัสบนหน้าจอ

    จุดแข็งของ Resistive

           ราคาไม่แพง

           สามารถใช้อะไรสัมผัสก็ได้

           หาตำแหน่งที่สัมผัสได้ละเอียด

           กินไฟน้อย

     
    Capacitive

    เทคโนโลยี Capacitive มีคุณสมบัติที่โดดเด่นทั้งความทนทานความโปร่งแสงมักเป็นที่นิยมใน Application ประเุภท เกมส์ Entertrainment  ATM, Kiosk อุปกรณ์ทางอุตสาหกรรม และ POS โครงสร้างของ Touch Screen แบบ Capacitive นั้นประกอบด้วยแผ่นแก้วเคลือบผิวด้วย อ็อกไซด์ของโลหะแบบโปร่งแสง เมื่อถึงเวลาการใช้งานก็จะมีการป้อนแรงดันไฟฟ้าที่มุมทั้งสี่ของ Touch Screen เพื่อสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ความเข้มสม่ำเสมอตลอดทั่วทั้งแผ่น ผู้ใช้จะต้องใช้นิ้วมือเปล่าๆ สัมผัสที่จอเพื่อดึงกระแสจากแต่ละมุมที่ให้แรงดันตกลง จากนั้นแผงวงจรควบคุมก็จะคำนวณเป็นตำแหน่งที่สัมผัสได้

    จุดแข็งของ Capacitive

           มีความคมชัด

           แสงจากหน้าจอสามารถผ่านออกมาได้ ภาพจึงชัด

           หาตำแหน่งที่สัมผัสได้ละเอียด

    Acousttic wave 

    ด้วยความโดดเด่นในเรื่องความคมชัดสูงความแม่นยำทำให้มีการใช้งานเทคโนโลยี Acousttiv wave ใน Application Kiosk Touh Screen แบบนี้จะมีตัวส่งสัญญาน ซึ่งยึดติดไว้ที่ขอบกระจกเพื่อส่งสัญญานอุลตร้าโซนิกส์ไปทั้งสองระนาบ คลื่นเสียง นี้จะสะท้อนผ่านไปทั้งพื้นผิวของกระจกมายังเซ็นเซอร์อีกด้านหนึ่ง เมื่อมีการสัมผัส ด้วยนิ้วหรือสไตตัลที่มีปลายอ่อน จะมีการดูดซับพลังงานจากคลื่นเสียง ทำให้แผง ควบคุมสามารถวัดตำแหน่งการสัมผัสได้จาำกการเปลี่ยนแปลงขนาดของคลื่นเสียง

    จุดแข็งของ Acousttic wave

           ภาพจะมีความคมชัด

           มีความทนทานมาก

           มีความแม่นยำสูง

           มีความสามารถในการตรวจจับตามแนวลึก (แกน Z) ได้ด้วย

           แผ่นแก้วด้านหน้ามีความคงทน

    Surface-acoustic-wave (SAW)


    ด้วยความโดดเด่นในเรื่องความคมชัดสูงความเม่นยำทำไห้มีการใช้งานเทคโนโลยี Acousttic wave ใน Application Kiosk Touh Screen แบบนี้จะมีตัวส่งสัญญานซึ่งยึดติดไว้ที่ขอบกระจกเพื่อส่งสัญญานอุลตร้าโซนิกส์ไปทั้งสองระนาบ คลื่นเสียงนี้จะสะท้อนผ่านไปทั้งพื้นผิวของกระจกมายังเซ็นเซอร์อีกด้านหนึ่ง เมื่อมีการสัมผัสด้วยนิ้วหรือสไตตัลที่มีปลายอ่อน จะมีการดูดซับพลังงานจากคลื่นเสียง ทำให้แผงควบคุมสามารถวัดตำแหน่งการสัมผัสได้จากการเปลี่ยนแปลงขนาดของคลื่นเสียง

    ข้อดีของจอ Touch Screen แบบ Saw-acousttic-wave
    • ภาพจะมีความคมชัด
    • มีความทนทานมาก
    • มีความแม่นยำสูง
    • มีความสามารถในการตรวจจับตามแนวลึก (แกน Z)ได้ด้วย
    • แผ่นแก้วด้านหน้ามีความคงทน

    Infared 

    Touch Screen แบบ Infared จะถูกใช้งานในจอแสดงผลขนาดใหญ่ ในสถาบันการเงินและทางการทหาร เทคโนโลยีนี้ทำงานโดยการตรวจ จับแสง ดังนั้นแทนที่จะมีแผ่นแก้วอยู่หน้าจอเหมือนกับเทคโนโลยีอื่น แต่จะทำเป็นกรอบแทน ภายในกรอบจะมีแผงของแหล่งกำเนิดแสงที่ เรียกว่า LED ที่ด้านหนึ่งพร้อมกับตัวตรวจจับแสงที่ด้านตรงข้ามกัน จึงเป็นเสมือนกริดของลำแสงทั่วจอ เมื่อมีวัตถุใดสัมผัสก็จะไปตัด ลำแสงไม่ให้ผ่านไปถึงตัวตรวจ จับแสง ทำให้แผงควบคุมสามารถ ทราบตำแหน่งพิกัดสัมผัสได้ การใช้งานส่วนใหญ่ ระบบการประชุมผ่านวิดีโอ , ศูนย์บัญชาการ, ซุ้มห้างสรรพสินค้า, สถานที่จัดงานสาธารณะ, การโฆษณาเชิงโต้ตอบ, ศูนย์รวมความบันเทิงของโรงแรม, พยากรณ์อากาศ

    จุดแข็งของ Infared

           แสงผ่านได้ 100% เนื่องจากไม่มีอะไรมาบังหน้าจอ

           มีความแม่นยำสูง

    ความแตกต่างระหว่างจอแสดงผลแบบสัมผัสเทคโนโลยีอินฟราเรดและจอสัมผัสแบบ Capacitive Touch

    Infrared (IR) และ Projected Capacitive (PCAP) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันทั่วไปสองประเภท แม้ว่าคุณอาจจะไม่สามารถบอกความแตกต่างได้เมื่อใช้หน้าจอสัมผัสแบบโต้ตอบเว้นแต่คุณจะทราบว่าจะระบุว่าเป็นรูปแบบใดพวกเขามีโครงสร้างและการออกแบบแตกต่างกันมาก ด้านล่างนี้เราจะแบ่งความแตกต่างระหว่างสองข้อนี้เพื่อให้คุณเข้าใจดีว่าทำไมคุณถึงเลือกซื้อหรือให้เช่าระบบสัมผัสของคุณได้ดีกว่าที่อื่น

    หน้าจอสัมผัสแบบ Capacitive ที่คาดการณ์ไว้

    ซอฟต์แวร์หน้าจอสัมผัสของ PCAP มักใช้ในโทรศัพท์สมาร์ทและแท็บเล็ต แต่สามารถใช้กับหน้าจอขนาดใหญ่ได้มากขึ้น ทำงานผ่านการใช้ตารางที่เป็นสื่อกระแสไฟฟ้าที่สามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าได้โดยการแตะนิ้วของคุณ เทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสแบบ capacitive ที่คาดการณ์ไว้ไม่จำเป็นต้องมีฝาปิด พวกเขาตรวจพบเฉพาะมือหรือ styluses PCAP แสดงความถูกต้องแม่นยำมากและสามารถสัมผัสได้ถึง 60 จุด

    หน้าจอสัมผัสแบบอินฟราเรด

    เทคโนโลยี IR touch เกี่ยวข้องกับการซ้อนทับแบบฝังตัวของคานอินฟราเรดจากบนลงล่างและด้านข้างไปมารอบ ๆ ฝาปิดของอุปกรณ์ เมื่อเครื่องบินที่มองไม่เห็นจากคานที่หักด้วยวัตถุใด ๆ อุปกรณ์จะลงทะเบียนจุดสัมผัส ด้วยจุดสัมผัสที่ใช้งานได้ถึง 40 จุด จอแสดงผลแบบสัมผัสของ IR มีความแม่นยำน้อยกว่าการแสดง PCAP กล่าวได้ว่าจอภาพอินฟราเรดยังคงมีความถูกต้องเพียงพอที่จะใช้ในการตั้งค่าต่างๆได้หลากหลาย แต่เมื่อใช้กลางแจ้งในวันที่มีแสงจ้าแดดแสงแดดอาจรบกวนการรับสัมผัสของทับซ้อนกัน

     

    หลักการทำงานของเทคโนโลยี IR และ PCAP

    อินฟราเรด

    capacitive

    แผงสัมผัสแบบ capacitive ที่คาดการณ์ไว้มักใช้สำหรับหน้าจอขนาดเล็กกว่าพาเนลสัมผัสแบบสัมผัสพื้นผิว พวกเขาได้รับความสนใจอย่างมากในโทรศัพท์มือถือ iPhone, iPod Touch และ iPad ใช้วิธีนี้เพื่อให้ได้ฟังก์ชันการทำงานแบบมัลติทัชที่มีความแม่นยำสูงและมีความเร็วในการตอบสนองสูง

    โครงสร้างภายในของแผงสัมผัสเหล่านี้ประกอบด้วยพื้นผิวผสมผสานชิพ IC เพื่อประมวลผลการคำนวณซึ่งเป็นชั้นของอิเล็กโทรดที่มีความโปร่งใสจำนวนมากอยู่ในรูปแบบเฉพาะ พื้นผิวถูกปกคลุมด้วยกระจกฉนวนหรือฝาครอบพลาสติก เมื่อนิ้วเข้าใกล้พื้นผิวความจุไฟฟ้าสถิตระหว่างขั้วไฟฟ้าหลายตัวจะเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กันและตำแหน่งที่เกิดการติดต่อสามารถระบุได้อย่างแม่นยำโดยการวัดอัตราส่วนระหว่างกระแสไฟฟ้าเหล่านี้

    ขอขอบคุณบทความดีๆจากเว็บไซต์ www.th.u-touchscreen.net

    ความคิดเห็น
    แสดงความคิดเห็น ปิด

    ติดต่อพนักงานมีเจ้าหน้าที่ดูแลทันที