ค้นหา
สินค้าตามประเภท
    เมนู ...ปิด

    โซลูชั่นการสำรองไฟคอมพิวเตอร์

    เครื่องสำรองไฟ

    เครื่องสำรองไฟ UPS เป็นคำย่อของ Uninterruptible Power Supply ถ้าแปลความหมายตรงตัวจะหมายถึง แหล่งจ่ายพลังงานต่อเนื่องนั่นเอง หรือจะกล่าวได้ว่า UPS นั่นก็คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่สามารถทำการจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือคอมพิวเตอร์ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในเวลาที่ไฟดับหรือเกิดปัญหาทางไฟฟ้า โดยสามารถรับพลังงานไฟฟ้าได้ทุกสภาพ แล้วจ่ายพลังงานไฟฟ้าออกมาเป็นปกติ ส่วนประกอบสำคัญของ UPS มีดังนี้
    • แหล่งพลังงานไฟฟ้าสำรอง – แบตเตอรี่ เพื่อสำรองพลังงานไฟฟ้าไว้ใช้กรณีเกิดไฟฟ้าดับ หรือไฟฟ้าตกชั่วขณะหนึ่ง โดย UPS จะสามารถจ่ายไฟฟ้าสำรองไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต่ออยู่ในช่วงเวลาสั้นๆ
    • เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า AC เป็น DC (Rectifier) หรือ เครื่องประจุแบตเตอรี่ (Charger) จะทำการแปลงกระแสไฟฟ้า AC ที่รับจากระบบจ่ายไฟ เป็นกระแสไฟฟ้า DC และประจุไว้ในแบตเตอรี่
    • เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า DC เป็น AC (Inverter) จะแปลงกระแสไฟฟ้า DC ที่รับจากแบตเตอรี่ เป็นกระแสไฟฟ้า AC เพื่อใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์

    คุณประโยชน์

    • เพื่อจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองให้แก่อุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เมื่อเกิดไฟดับหรือไฟตก เพื่อให้มีเวลาสำหรับการ Save ข้อมูล และไม่ทำให้ hard disk เสีย
    • เพื่อปรับแรงดันไฟฟ้าให้อยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคส์ เมื่อเกิดปัญหาทางไฟฟ้า เช่น ไฟตก, ไฟดับ, ไฟกระชาก และไฟเกิน เป็นต้น
    • เพื่อป้องกันสัญญาณรบกวนทางไฟฟ้าที่สามารถสร้างความเสียหายต่อข้อมูลและอุปกรณ์ไฟฟ้าได้
    • เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของอุปกรณ์ไฟฟ้า, อุปกรณ์ไอที และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์
    • ช่วยให้สามารถบันทึกข้อมูล (Save) ของแฟ้มข้อมูลที่เปิดอยู่
    • ไม่ทำให้ข้อมูลและการทำงานของโปรแกรมผิดพลาด
    • สามารถ Shutdown ระบบคอมพิวเตอร์ได้ตามขั้นตอน

    Stabilizer หรือ Automatic Voltage Regulator (AVR) คือ เครื่องรักษาระดับแรงดันไฟฟ้า ให้มีความคงที่ เรียบนิ่งป้องกันปัญหาไฟฟ้า ตก-ไฟเกิน สำหรับสเตบิไลเซอร์ (Stabilizer) เป็นเครื่องป้องกันไฟตก-ไฟเกิน และปรับแรงดันกระแสไฟให้พอดี ช่วยให้การจ่ายกระแสไฟเป็นไปด้วยความราบรื่น อุปกรณ์ต่อพ่วงจึงทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญเมื่อกระแสไฟมีความสม่ำเสมอ ก็จะช่วยให้อุปกรณ์นั้นทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งลดอัตราการเสียหายอันเกิดจากสภาพปัญหาเรื่องไฟฟ้าตลอดจนช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือให้ยาวนาน เหมาะสำหรับอุปกรณ์ที่ต้องการทำงานอยู่ตลอดเวลา เช่นเครื่องเซิร์ฟเวอร์ ตู้สาขาโทรศัพท์ อุปกรณ์ทางการแพทย์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์, เครื่องจักรอุตสาหกรรม หรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ชนิดอื่นๆ ได้อีกมากมายตามต้องการ


    การเลือกขนาดของเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าอัตโนมัติ

    1. ทำรายการอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต่อพ่วงกับเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้า
    2. อุปกรณ์ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีป้ายแสดงค่าพิกัดกำลัง (Nameplate) ซึ่งระบุถึงแรงดันไฟฟ้า (V) และกระแสไฟฟ้า (A) ที่ต้องการ หรืออุปกรณ์บางชนิดแสดงหน่วยวัตต์ (W) มาให้ โดยทั่วไปจะติดอยู่ที่หลังเครื่อง
    3. รวมค่าวัตต์ (W) ของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จะต่อกับเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าทั้งหมด
    4. เลือกเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าที่มีวัตต์สูงกว่าวัตต์รวมของอุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหมด
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 3KVA    2400w
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 5KVA    4000w
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 8KVA    6400w
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 10KVA  8000w
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 20KVA  16000w
      • เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 30KVA  24000w

    ตัวอย่าง

    • ต้องการคำนวณหาขนาดของเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าที่สามารถใช้กับ แอร์ขนาด 9000btu  พัดลม 60W หม้อหุงข้าว 1240W และหลอดไฟ 28W จำนวน 10 หลอด
      แอร์ (9000x0.263) = 2,367w
      พัดลม (60)x30% = 78W
      หม้อหุงข้าว =1240w
      หลอดไฟ 28x10 = 280w
      W รวม = 2367+78+1240+280 = 3965w 
      ดังนั้น ขนาดของเครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าที่สามารถใช้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยคือ 4000W ขึ้นไป หรือ เครื่องปรับแรงดันไฟฟ้าขนาด 8Kva  6400W

    ไฟตกคือ โดยปกติคำว่า "ไฟตก" จะใช้กับแรงดันไฟ หรือที่เราเข้าใจกับคำว่า "ไฟ 220 โวล์ท" จริง ๆ แล้วไฟ 1 เฟส ทางการไฟฟ้าจะระบุว่าเป็นไฟ 230V ซึ่งทางการไฟฟ้าจะยอมระดับแรงดันตกจากปกติที่ไม่เกิน 5% หรือ 220V

    ไฟตกเกิดจากสาเหตุ‬

    1. มีจำนวนบ้านในระแวกที่เพิ่มสูงขึ้น มีการแย่งกันใช้ไฟ
    2. ระยะทางไกลจากแหล่งจ่ายพลังงาน
    3. เกิดก่อนไฟจะดับ
    4. มีฝนตกหนัก
    5. มีการใช้พลังงานสูงในบ้าน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่น เปิดแอร์ หรือ อุปกรณ์ที่ใช้มอเตอร์หมุนรอบสูง ปั๊มน้ำ

    จุดสังเกตว่าบ้านเราไฟตก

    1. หลอดไฟไม่ค่อยติด หรือเปิดติดยาก หรือกระพริบถี่ ๆ
    2. หลอดไฟติดแต่สว่างน้อยลง
    3. ปั๊มน้ำไม่ทำงาน หรืออปกรณ์มอเตอร์หมุนรอบสูงไม่ทำงาน !! และต้องรีบปิดหรือดึงปลั๊กออกทันที เมื่อเจอแบบนี้ ไม่งั้นจะเสียหายและเสี่ยงไฟไหม้
    4. แอร์ไม่ทำงาน มีแต่ลมออก

    ‎การแก้ปัญหา‬

    • ไฟตกระยะยาว : แจ้งการไฟฟ้าที่ดูแลบ้านท่าน
    • ไฟตกระยะสั้น :ให้ใช้ เครื่องปรับกระแสไฟฟ้าแบบควบคุมอัตโนมัติ หรีอ สเตบิไลเซอร์ ป้องกันไฟตกไฟเกิน ในกรณีที่อุปกรณ์มีความสำคัญมาก และราคาแพง
    ค้นหาซ้ำ